แบบบันทึก การนับลูกดิ้น

แบบบันทึก การนับลูกดิ้น

 

   ในระยะแรกของการตั้งครรภ์ทารกจะมีการดิ้น ในรูปแบบที่ต่างกัน
โดยทารกจะดิ้นดีมาก แต่เป็นการดิ้นที่ระบบประสาท จะมีการประสานกันน้อยมาก
ในระยะหลังของการตั้งครรภ์ การดิ้นของทารก จะมีการประสานกันมากขึ้น

    ทารกในครรภ์จะมีช่วงหลับและตื่นไม่ตรงกันกับมารดา ช่วงระยะเวลา
นอนหลับของทารกต่อรอบนาน 20 นาที ถึง 2 ชั่วโมง นอกจากนี้แล้วทารกในครรภ์
ยังมีการดิ้นในแต่ละช่วงเวลาของวันไม่เท่ากัน โดยพบว่าทารกจะดิ้นมากระหว่าง
เวลา 21.00-01.00 น. และจะดิ้นมากเมื่อมารดารับประทานอาหารเสร็จใหม่ๆ

    องค์ประกอบที่มีผลต่อการดิ้นของทารกในครรภ์ ได้แก่ ระดับกลูโคส
ในเลือดมารดา, มื้ออาหารที่มารดาได้รับ, เสียงภายนอกที่มากระตุ้น, อาชีพของ
มารดา และความสนใจของมารดาต่อการดิ้นของทารก

 

1. ความสำคัญของการนับทารกดิ้นในครรภ์

การที่ทารกดิ้นน้อยลง มักเกิดร่วมกับภาวะขาดออกซิเจนจนเรื้อรัง 
และอยู่ในภาวะอันตราย ทารกดิ้นน้อยลงหรือหยุดดิ้นจะพบเป็นเวลาประมาณ 
12-48 ชั่วโมง ก่อนที่จะเสียชีวิต ดังนั้นการนับทารกดิ้นจะช่วยในการตรวจ
ค้นคว้า หรือแก้ไขภาวะที่อาจทำให้ทารกเสียชีวิต การที่คุณแม่รู้สึกว่าทารกในครรภ์
ดิ้นน้อยลงนับเป็นสัญญาณอันตราย ต้องรีบมาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไปว่า
ทารกในครรภ์มีสุขภาพที่ไม่ดีจริงหรือไม่

 

2. ควรเริ่มนับทารกดิ้นในครรภ์เมื่อไหร่

คุณแม่ควรนับการดิ้นของทารกในครรภ์ เมื่อตั้งครรภ์ประมาณ 
28 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นกับภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบระหว่างตั้งครรภ์

 

3. วิธีการนับการดิ้นของทารกในครรภ์

เริ่มนับทารกดิ้นในครรภ์ตั้งแต่ 09.00 น. โดยนับครบ 10 ครั้ง ใช้เวลา
ในการนับประมาณ 10-12 ชั่วโมง ถ้านับได้ 10 ครั้งขึ้นไปถือว่าทารกปกติ คุณแม่
ควรนับและบันทึกการดิ้นของทารกแต่ละครั้งลงตาราง การนับการดิ้นของทารก
แต่ละครั้งให้บันทึกไว้จนครบ 10 ครั้ง ถ้าครบ 12 ชั่วโมง แล้วทารกดิ้นไม่ถึง 10 ครั้ง 
ให้รีบมาพบแพทย์ทันที

 

4. ข้อแนะนำในการนับและบันทึกการดิ้นของทารก

• ลักษณะการดิ้นของทารก คือ เตะ ยืดตัว บิดตัว
 • ท่าที่ดีที่สุดในการรับรู้ถึงการดิ้นของทารก คือ ท่านอนตะแคงซ้าย
 • ขณะบันทึกคุณแม่ควรอยู่ในที่เงียบ เพราะจะทำให้มีสมาธิในการรับรู้
   ถึงการดิ้นของทารกได้ดี
 • ต้องบันทึกการดิ้นของทารกทุกวัน
 • โปรดนำแบบบันทึกการดิ้นของทารกมาให้แพทย์หรือพยาบาลดูทุกครั้ง
   ที่มาฝากครรภ์
 • หากท่านมีข้อสงสัย กรุณาติดต่อ โทร. 0-2366-9900-99 
   แผนกสูติ-นรีเวช ต่อ 2101-3 หรือ
   แผนกห้องคลอด ต่อ 2304 ได้ตลอดเวลา

 

5. วิธีนับลูกดิ้น

• ครั้งแรก ตอนเช้าในขณะที่คุณแม่ยังไม่มีงานอะไรมากนัก
 • ครั้งที่สอง ตอนเย็นหรือตอนค่ำๆ ขณะที่ลูกน้อยเคลื่อนไหวแรง เริ่มจับเวลา
   แล้วนับดูว่า ลูกน้อยดิ้นครบ 10 ครั้ง ในเวลาเท่าใดแล้วจดเวลาเอาไว้ (จำนวนครั้ง
   ของการดิ้นจะนับรวม ทั้งการเตะ, การเอาศอกมากระทุ้ง, การบิดตัวของลูกน้อย) 
   บางรายลูกจะดิ้นครบ 10 ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที ก็ไม่ต้องกังวลว่าผิดปกติ
   อาจจะเป็นวันที่ลูกดิ้นมาก ถ้าลูกดิ้นไม่ถึง 10 ครั้งใน 1 ชั่วโมง ให้คุณแม่ดื่มนม
   หรือทานอาหารว่าง แล้วนอนพักเริ่มนับการดิ้นของลูกน้อยใหม่ ถ้าใน 1 ชั่วโมง
   ลูกยังดิ้นไม่ครบ 10 ครั้งให้นับต่อไปและจดไว้ว่าดิ้นครบ 10 ครั้งในเวลากี่ชั่วโมง
 • ถ้าหากครบ 12 ชั่วโมง แล้วลูกยังดิ้นไม่ครบ 10 ครั้ง ให้คุณแม่รีบไปพบแพทย์ 
   แพทย์อาจจะใช้เครื่องฟังเสียง ฟังเสียงหัวใจหรือตรวจอัลตราซาวนด์ หรือ
   ใช้เครื่องตรวจสภาพของลูกน้อยในครรภ์ เพื่อดูว่าผิดปกติหรือไม่ต่อไป

 

การดิ้นของทารกในครรภ์เป็นสิ่งสำคัญที่บ่งบอกว่าลูกน้อยมีชีวิตปกติดี 
ในทางตรงกันข้าม ถ้าลูกไม่ดิ้นหรือดิ้นน้อยลง อาจเป็นสัญญาณว่าลูกน้อยในครรภ์
อาจกำลังตกอยู่ในอันตราย โดยเฉพาะเมื่อใกล้ครบกำหนดคลอดถ้าลูกดิ้นน้อย
หรือดิ้นห่างลงไปเรื่อยๆ หรือหยุดดิ้น ต้องรีบไปพบแพทย์ทันที เพราะอาจมีสิ่งผิดปกติ
เกิดขึ้นกับลูก ซึ่งบางทีอาจร้ายแรงมากจนลูกเสียชีวิตได้ ถ้าไม่มีเวลาแต่คุณแม่
อยากทราบว่าลูกดิ้นเป็นปกติหรือไม่ก็ควรสังเกตและนับจำนวนครั้งที่ลูกดิ้น

ศูนย์การแพทย์เฉพาะทางสตรี